การค้า การส่งออก

“พาณิชย์-DITP”แนะผู้ส่งออกศึกษา 11 เทรนด์สำคัญที่มีผลต่อการทำตลาดเครื่องสำอางในจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผย 11 เทรนด์สำคัญที่มีผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางในจีน แนะผู้ส่งออกไทยศึกษาและใช้ประโยชน์ในการขยายตลาดเข้าสู่ตลาดจีน ชี้จีนเพิ่มความสำคัญเครื่องสำอางเด็ก คุมเข้มวัตถุดิบ เร่ง R&D เครื่องสำอางชะลอวัยโตแรง เครื่องสำอางผู้ชายขยายตัวสูง การแข่งขันรุนแรงขึ้น มีการระดมทุนเพิ่ม ใช้ Virtual Influencer โปรโมต ขายออนไลน์ ออฟไลน์เริ่มชะลอตัว Douyin ยังเป็นแพลตฟอร์มหลัก และแบรนด์หันไลฟ์สดขายสินค้าเอง

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้กรมฯ ติดตามสถานการณ์และโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการของไทย และกรมฯ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแนวโน้มสำคัญที่จะมีผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางของจีน และโอกาสทางการค้า การส่งออกสินค้าเครื่องสำอางของไทยเข้าสู่ตลาดจีน

ทั้งนี้ เว็บไซต์ CBN Data ได้เปิดเผย 11 แนวโน้มสำคัญที่มีผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีน ได้แก่

1.ความปลอดภัยในเครื่องสำอางเด็ก ตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 คณะกรรมการอาหารและยาของจีนได้ออกข้อกำหนดในการจัดการคุณภาพการผลิตเครื่องสำอางเด็กอย่างเข้มงวด หากมีการกระทำผิด จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง และตั้งแต่ 1 พ.ค.2565 เครื่องสำอางเด็กที่ขอขึ้นทะเบียน จะได้รับโลโก้พิเศษ Xiaojindun เพื่อการันตีคุณภาพและความปลอดภัย

2.วัตถุดิบที่นำมาผลิตเครื่องสำอางทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถติดตามที่มาของวัตถุดิบและติดตามตัวผู้ผลิต

3.การแข่งขันด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่หลายแบรนด์หันมาลงทุนมากขึ้น

4.สินค้าเครื่องสำอางประเภทชะลอวัย (Anti-aging) มีการเติบโตเพิ่มขึ้น และมีการขึ้นทะเบียนมากที่สุดในปี 2563 เกือบ 5,000 รายการ

5.น้ำหอม เครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก มีแนวโน้มเติบโต คาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 5.4 แสนล้านหยวน

6.การแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในตลาดจีนสูงขึ้น แบรนด์ขนาดกลางและเล็กปิดตัวลงถึง 26 กิจการในปี 2564 และปี 2565 คาดว่าจะปิดตัวน้อยลง และมีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

7.การระดมทุนของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

8.การใช้ Virtual Influencer ในการทำกิจกรรมโปรโมตสินค้า

9.การขายออนไลน์และออฟไลน์เริ่มชะลอตัว

10.Douyin ยังคงเป็นช่องทางการทำการตลาดหลักของเครื่องสำอาง และในปัจจุบันแพลตฟอร์ม Douyin มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มกว่า 600 ล้านร้านค้า และ

11.แบรนด์หันมาจัดไลฟ์สดเอง แทนการจ้าง KOL

นางสาวอรนุช วรรณภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กล่าวว่า ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในจีนมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากการควบคุมคุณภาพของสินค้าที่เข้มงวดขึ้น แต่ความต้องการสินค้าเครื่องสำอางในจีนยังมีช่องว่างที่สามารถเติบโตได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องสำอางประเภทชะลอวัย เครื่องสำอางสำหรับผู้ชาย สินค้าน้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เป็นต้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่จะศึกษา 11 แนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางนี้ เพื่อพัฒนาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคจีน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า อีกทั้งยังต้องศึกษาขั้นตอนการขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางในจีนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อลดอุปสรรคในการนำเข้าสินค้าสู่ประเทศจีน

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back to top button