การค้า การส่งออก

จุรินทร์ เดินหน้า Soft Power ขายจุดแข็งประเทศไทย! นำ Content สู่ Streaming ความบันเทิง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “คอนเทนต์ พิทชิ่ง” (Content Pitching) ธุรกิจภาพยนตร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ณ อาคาร เกษร ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ และนายจาฤก กัลย์จาฤก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีที่แล้วตนมีโอกาสไปร่วมงานภาพยนตร์ที่ลอสแองเจลิสและดูการผลิตงาน digital content ภาพยนตร์ Walt Disney Nickelodeon ซึ่งมีคนไทยทำงานอยู่ เกิดความรู้สึกเสียดายว่าจะสามารถช่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ digital content ของประเทศไทยได้ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปพิจารณา​การใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเขาแม้จะปักหลักอยู่ที่โน่นกัน เช่น การเชิญเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่เป็นครั้งๆ อันนี้คือสิ่งที่ได้ดำเนินการมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีการดำเนินการด้วยแผนที่ชัดเจนต่อเนื่อง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า นโยบายสำคัญที่มอบหมายเป็นพิเศษนอกจากงานประกันรายได้เกษตรกรการส่งเสริม SME Micro SME ส่งเสริมการส่งออก จนทำตัวเลขสูงสุดในประวัติการณ์ท่ามกลางสถานการณ์ covid ทำให้ตัวเลขนำเงินเข้าประเทศ 8.5 ล้านล้านบาทเป็นบวกถึง+ 17.1 % เป็นเพราะทำงานร่วมกับเอกชนอย่างใกล้ชิดด้วยหลักรัฐหนุนเอกชนนำ โดยให้เอกชนเป็นพระเอกตัวจริงในการนำเอาธุรกิจภาพยนตร์และธุรกิจอื่นๆจากตลาดไทยไปสู่ตลาด

” แต่อีกนโยบายสำคัญ คือ soft power กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้ที่ช่วยส่งเสริม soft power เพื่อที่จะทำให้ soft power ของไทยไปผงาดในตลาดโลกต่อไป ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะวัฒนธรรมวิถีชีวิตโดยเฉพาะอาหารไทยเป็นที่เลื่องลือและยอมรับไปทั่วโลก

และสิ่งที่มีความคุณค่ามากที่สุด คือ ความเป็นไทย ที่ไม่มีใครแย่งไปจากเราได้ ซึ่งนำไปขายได้ในทุกเรื่อง ทั้งในด้านการผลิตที่ละเอียดลออ งดงามและมีความรับผิดชอบ ในภาคบริการการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครสู้เราได้ในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้จะไปสู่โลกได้อย่างไร เราก็ทำมาเป็นลำดับและทำเป็นระบบชัดเจน มีกลไกรับผิดชอบยิ่งขึ้นที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมดูแลการให้บริการการถ่ายทำภาพยนตร์ไทย วัด เจดีย์ สถานที่ และคิดค่าบริการต่างๆ ส่วนกระทรสงอื่นทำอย่างอื่น ต่อไปนี้กระทรวงพาณิชย์จะเป็นตัวหลักในการเป็น call center ในขณะที่กลไกรัฐไม่ได้ตั้งใครเป็นทางการ แต่ผมสั่งการให้เข้ามาเพราะกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบธุรกิจบริการ ดิจิตอลคอนเทนต์ ภาพยนตร์ และเราก็สนับสนุนการจัดภาพยนตร์นานาชาติมาหลายปีซึ่งก็ต่อเนื่อง ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

สำหรับกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมครั้งแรกในปี 2565 ซึ่งได้มอบหมายให้ดำเนินยุทธศาสตร์ soft power และในปีนี้จะทำกิจกรรม ตั้งแต่มกราคมถึงธันวาคมเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องมีภาพที่ชัดเจนว่าไทยเราเดินหน้าไปได้อย่างไร ซึ่งกิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมแรกของปี 65 ซึ่งเรามีผู้สร้างภาพยนตร์หรือเจ้าของภาพยนตร์หรือเจ้าของผลงานดิจิตอลคอนเทนต์ 15 ราย มาจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงจำนวน 4 บริษัท คือ โอทีที ทีวี, เน็ทฟลิกซ์, วีทีวี, อ้ายฉีอี้ และวิว และหวังว่าภาพยนตร์ไทยจะมีโอกาสเข้าไปสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางนี้สำหรับกิจกรรมนี้ต่อไป

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back to top button